ครูการเงินมือใหม่ เริ่มต้นยังไง? คู่มืองานการเงินโรงเรียนฉบับเข้าใจง่าย

เพิ่งได้รับมอบหมายให้ดูแลงานการเงินของโรงเรียน แล้วยังงง ๆ ว่าต้องทำอะไรบ้าง? คุณไม่ได้เป็นคนเดียวที่รู้สึกแบบนี้ครับ ครูการเงินส่วนใหญ่ไม่ได้จบบัญชีมาโดยตรง แต่ต้องมารับผิดชอบเงินของโรงเรียนทั้งระบบ ทั้งบันทึก ทั้งทำทะเบียนคุม ทั้งส่งรายงานให้เขตพื้นที่
บทความนี้จะพาคุณดูภาพรวมงานการเงินโรงเรียนแบบเข้าใจง่าย ว่ามีอะไรบ้าง เริ่มจากตรงไหน และมือใหม่มักพลาดเรื่องอะไร เพื่อให้คุณเริ่มงานได้อย่างมั่นใจ
งานการเงินโรงเรียนมีอะไรบ้าง
หัวใจของงานการเงินโรงเรียนคือ "บันทึกให้ครบ ตรวจสอบได้ และส่งรายงานได้ทันเวลา" โดยงานหลักที่ครูการเงินต้องดูแลแบ่งได้คร่าว ๆ ดังนี้
บันทึกรับ-จ่ายเงิน ทุกประเภท ทั้งเงินอุดหนุน เงินรายได้สถานศึกษา เงินนอกงบประมาณ และอื่น ๆ ให้ตรงตามวันที่และประเภทที่ถูกต้อง
จัดทำทะเบียนคุม เช่น ทะเบียนเงินนอกงบประมาณ ทะเบียนรายได้แผ่นดิน ทะเบียนคุมโครงการ เพื่อให้รู้ว่าเงินแต่ละก้อนเหลือเท่าไร เคลื่อนไหวอย่างไร
เก็บหลักฐานการเงิน เช่น ใบเสร็จรับเงิน และใบสำคัญคู่จ่าย ให้ครบและค้นหาได้ง่ายเมื่อถูกตรวจ
ติดตามสัญญายืมเงิน ดูว่าใครยืมไป ครบกำหนดส่งคืนเมื่อไร เพื่อไม่ให้มีลูกหนี้ค้าง
จัดทำรายงาน เช่น รายงานเงินคงเหลือประจำวัน และรายงาน E-Budget ที่ต้องส่งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.)
งานทั้งหมดนี้อ้างอิงแนวทางตามระเบียบการเงินสถานศึกษา พ.ศ. 2544 ซึ่งเป็นกรอบที่โรงเรียนในสังกัด สพฐ. ใช้ร่วมกัน
เริ่มต้นยังไงดี: 5 ขั้นตอนสำหรับมือใหม่
1. ทำความเข้าใจ "ประเภทเงิน" ของโรงเรียนก่อน
ก่อนจะบันทึกอะไร ต้องรู้ก่อนว่าเงินที่โรงเรียนถืออยู่มีกี่ประเภท แต่ละประเภทใช้จ่ายอะไรได้บ้าง เพราะการบันทึกผิดประเภทคือจุดที่ทำให้รายงานเพี้ยนและถูกทักท้วงบ่อยที่สุด เริ่มจากนั่งคุยกับครูการเงินคนเดิม หรือดูทะเบียนคุมของปีก่อนเป็นตัวอย่าง
2. ตั้งต้นยอดยกมาให้ถูก
ต้นปีงบประมาณ ให้ตรวจสอบ "ยอดยกมา" ของแต่ละบัญชี/ประเภทเงินให้ตรงกับยอดจริงในธนาคารและเงินสด ถ้ายอดเริ่มต้นผิด ตัวเลขทั้งปีจะผิดตามไปหมด ขั้นตอนนี้สำคัญที่สุดและไม่ควรรีบ
3. บันทึกทุกรายการให้เป็นปัจจุบัน
อย่าปล่อยให้สลิปและใบเสร็จกองสะสม ควรบันทึกให้ทันทุกวันหรืออย่างน้อยทุกสัปดาห์ ยิ่งบันทึกสด ยิ่งจำรายละเอียดได้ และยิ่งหาเอกสารประกอบเจอง่าย
4. กระทบยอดสม่ำเสมอ
ทุกสิ้นเดือน ให้เทียบยอดในทะเบียนกับยอดในสมุดบัญชีธนาคาร (bank statement) ถ้าตรงกันแปลว่าบันทึกครบ ถ้าไม่ตรงจะได้รีบหาว่าตกหล่นตรงไหนตั้งแต่เนิ่น ๆ
5. เตรียมรายงานให้พร้อมส่ง
รายงานเงินคงเหลือประจำวันและรายงาน E-Budget เป็นสิ่งที่เขตพื้นที่ขอดูเป็นประจำ ถ้าบันทึกครบตามขั้นตอนข้างต้น การออกรายงานก็จะกลายเป็นเรื่องง่าย
ปัญหาที่ครูการเงินมือใหม่มักเจอ
กรอกข้อมูลซ้ำหลายไฟล์ หลายโรงเรียนยังใช้ Excel หลายไฟล์ บันทึกรายการเดียวต้องไปกรอกทั้งสมุดเงินสด ทะเบียนคุม และรายงาน ทำให้เสียเวลาและเสี่ยงพิมพ์ตัวเลขไม่ตรงกัน
ทำรายงาน E-Budget ไม่ทัน เพราะต้องมานั่งรวมตัวเลขจากหลายไฟล์ตอนใกล้กำหนดส่ง
ข้อมูลหาย ไฟล์ Excel อยู่ในเครื่องเดียว ถ้าคอมพังหรือไฟล์เสียก็เสี่ยงสูญทั้งปี
กลัวตรวจไม่ผ่าน เพราะไม่แน่ใจว่าทำครบตามระเบียบ พ.ศ. 2544 หรือยัง
ปัญหาเหล่านี้แก้ได้ด้วยการวางระบบที่ดีตั้งแต่ต้นปี และเลือกเครื่องมือที่ช่วยลดงานซ้ำซ้อน
ตัวช่วยที่ทำให้งานการเงินง่ายขึ้น
แทนที่จะกรอกข้อมูลซ้ำหลายไฟล์ ปัจจุบันมีโปรแกรมการเงินโรงเรียนที่ออกแบบมาเพื่อครูการเงินโดยเฉพาะ — บันทึกรายการรับ-จ่ายเพียงครั้งเดียว ระบบจะสร้างทะเบียนคุมทุกประเภท รายงานเงินคงเหลือ และรายงาน E-Budget ให้อัตโนมัติ ทำงานบนคลาวด์ ใช้ได้ทุกอุปกรณ์ และสำรองข้อมูลทุกวัน จึงไม่ต้องกังวลเรื่องข้อมูลหาย
สำหรับครูที่อยากลองก่อน FinVouch เปิดให้ทดลองใช้ฟรี 30 วัน ไม่ต้องชำระก่อน เพื่อดูว่าช่วยลดเวลาทำงานได้จริงไหม
คำถามที่พบบ่อย
ครูการเงินไม่จบบัญชี ทำงานนี้ได้ไหม? ได้ครับ งานการเงินโรงเรียนเน้นความเป็นระเบียบและความสม่ำเสมอมากกว่าความรู้บัญชีขั้นสูง ถ้าวางระบบดีและบันทึกสม่ำเสมอ มือใหม่ก็ทำได้
ต้องส่งรายงานอะไรให้เขตพื้นที่บ้าง? ที่พบบ่อยคือรายงานเงินคงเหลือประจำวันและรายงาน E-Budget ทั้งนี้รายละเอียดอาจต่างกันตามแนวทางของแต่ละ สพท. ควรสอบถามเจ้าหน้าที่การเงินของเขตเพื่อความชัดเจน
เริ่มกลางปีงบประมาณได้ไหม? ได้ แต่ต้องตั้งยอดยกมาให้ตรงกับยอดจริง ณ วันที่เริ่มบันทึก เพื่อให้ตัวเลขต่อจากนี้ถูกต้อง
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นแนวทางทั่วไป การปฏิบัติงานจริงควรยึดตามระเบียบการเงินสถานศึกษา พ.ศ. 2544 และแนวทางของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่โรงเรียนสังกัด
ลองใช้ FinVouch ฟรี 30 วัน
บันทึกครั้งเดียว ได้ทะเบียนคุมและรายงาน E-Budget ครบ ไม่ต้องชำระก่อน
ทดลองใช้งานฟรี